อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิขาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชื่อ วิภาดา เตสังขวิทูร เลขที่ 25 ห้อง ม.5/2
เรื่อง:ความรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยี AR, AI,
Machine Learning
(เนื้อหาและภาพประกอบ ---- 20 คะแนน)
ความเป็นจริงเสริมหรือความเป็นจริงแต่งเติม
(อังกฤษ: AR : Augmented Reality Technology )
เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างความเป็นจริง และ โลกเสมือนที่สร้างขึ้นมาผสานเข้าด้วยกันผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างข้อมูลอีกข้อมูลหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และข้อความ ตัวอักษร ให้ผนวกซ้อนทับกับภาพในโลกจริงที่ปรากฏบนกล้อง
เทคโนโลยี AR แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบบที่ใช้ภาพสัญลักษณ์และแบบที่ใช้ระบบพิกัดในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อมูลบนโลกเสมือนจริง ซึ่งในทางเทคนิคแล้วภาพสัญลักษณ์ที่ใช้ จะนิยมเรียกว่า “Marker” หรืออาจจะเรียกว่า AR Code ก็ได้ โดยใช้กล้องเว็บแคมในการรับภาพ เมื่อซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานอยู่ประมวลผลรูปภาพเจอสัญลักษณ์ที่กำหนดไว้ก็จะแสดงข้อมูลภาพสามมิติที่ถูกระบุไว้ในโปรแกรมให้เห็น เราสามารถที่จะหมุนดูภาพที่ปรากฏได้ทุกทิศทางหรือเรียกว่าหมุนได้ 360 องศา
ขั้นตอนการทำเทคโนโลยีเสมือนจริง ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ1. การวิเคราะห์ภาพ (Image Analysis) เป็นขั้นตอนการค้นหา Marker จากภาพที่ได้จากกล้องแล้วสืบค้นจากฐานข้อมูล (Marker Database) ที่มีการเก็บข้อมูลขนาดและรูปแบบของ Marker เพื่อนำมาวิเคราะห์รูปแบบของ Marker การวิเคราะห์ภาพ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพโดยอาศัย Marker เป็นหลักในการทำงาน (Marker based AR) และการวิเคราะห์ภาพโดยใช้ลักษณะต่างๆ ที่อยู่ใน ภาพมาวิเคราะห์ (Marker-less based AR)2. การคำนวณค่าตำแหน่งเชิง 3 มิติ (Pose Estimation) ของ Marker เทียบกับกล้อง3. กระบวนการสร้างภาพสองมิติ จากโมเดลสามมิติ (3D Rendering) เป็นการเพิ่มข้อมูลเข้าไปในภาพ โดยใช้ค่าตำแหน่ง เชิง 3 มิติ ที่คำนวณได้จนได้ภาพเสมือนจริง
ขั้นตอนการทำเทคโนโลยีเสมือนจริง ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ1. การวิเคราะห์ภาพ (Image Analysis) เป็นขั้นตอนการค้นหา Marker จากภาพที่ได้จากกล้องแล้วสืบค้นจากฐานข้อมูล (Marker Database) ที่มีการเก็บข้อมูลขนาดและรูปแบบของ Marker เพื่อนำมาวิเคราะห์รูปแบบของ Marker การวิเคราะห์ภาพ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพโดยอาศัย Marker เป็นหลักในการทำงาน (Marker based AR) และการวิเคราะห์ภาพโดยใช้ลักษณะต่างๆ ที่อยู่ใน ภาพมาวิเคราะห์ (Marker-less based AR)2. การคำนวณค่าตำแหน่งเชิง 3 มิติ (Pose Estimation) ของ Marker เทียบกับกล้อง3. กระบวนการสร้างภาพสองมิติ จากโมเดลสามมิติ (3D Rendering) เป็นการเพิ่มข้อมูลเข้าไปในภาพ โดยใช้ค่าตำแหน่ง เชิง 3 มิติ ที่คำนวณได้จนได้ภาพเสมือนจริง
เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน
บอกถึงความหมายของเทคโนโลยี AR วิธีการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานเป็น
ขั้นตอนๆ และทำให้รู้ว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยี AR นั้นถูกนำไปปรับใช้ได้ทั้งการเป็นสื่อ ด้านการเรียนรู้, ความบันเทิง และอื่นๆ มากมาย ซึ่งเทคโนโลยี Augmented Reality ก็กำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทในการใช้งานสมาร์ทโฟนของเราบ้างแล้ว โดยทุกวันนี้เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเล่านี้ได้ง่ายๆเพียงแค่มีสมาร์โฟน ซึ่งแบรนด์ดังในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับ Social Network ต่างก็ให้ความสนใจและนำมาใช้อย่างทุกวันนี้ที่เราได้เห็นกันในรูปแบบ 360°
ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ “ต่อตนเอง หรือส่วนรวม” คืออะไร
เป็นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้บริโภค ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบและสนใจเทคโนโลยี และ เป็นการเพิ่มโอกาสของการค้าทาง Internet (E-commerce) เนื่องจากการผู้ซื้อสามารถเห็นภาพจำลองของตนและสินค้าก่อนทำการสั่งซื้อสินค้า จึงเป็นการเปิดตลาดให้มีผู้ใช้บริการช่องทางนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งนี้ยังส่งผลต่อไปยังผู้ที่ต้องการลงทุนทำธุรกิจ โดยช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเพื่อให้บริการจึงไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ บริษัทสามารถสร้าง Campaign ต่างๆ เพื่อสร้างความสนใจในตัวสินค้า จึงสามารถดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้
นักเรียนนำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ใน “ชีวิตจริง” อย่างไรบ้าง
สามารถค้นหาตำแหน่งและรายละเอียดของสินค้าที่ตนต้องการได้อย่างถูกต้องชัดเจน
วางวัตถุเสมือน 3 มิติ ไว้ที่บนพื้นที่โล่ง โดยแสดงผลบนหน้าจอ iPhone ทำให้สามารถดูมุมของวัตถุได้รอบด้าน เพื่อเป็นการทดลองจัดตกแต่งห้องก่อนการซื้อเฟอร์นิเจอร์จริงมาลง
การทดลองใช้สินค้าว่าเข้ากับตัวเรามั้ยโดยใช้เทคโนโลยีนี้
